จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
หากกรนรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษา
โครงสร้างทางกายภาพของทางเดินหายใจ: ทางเดินหายใจแคบ ต่อมทอลซินหรือต่อมอดีนอยด์โตอาจขัดขวางทางเดินหายใจ ทำให้นอนกรน ผนังกั้นจมูกคดหรืออาการคัดจมูกเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงในการนอนกรนเช่นกัน
รู้สึกนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นบ่อย มีอาการไม่สดชื่น
หลายปัจจัยสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการนอนกรน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับลักษณะทางร่างกาย พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือปัจจัยทางพันธุกรรม โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการนอนกรน ได้แก่
ใช้หมอนรองคอที่เหมาะสม – ลดแรงกดทับที่ลำคอ
จากนั้น แพทย์อาจขอตรวจร่างกายท่านเพิ่มเติม เช่น ดูสรีระบริเวณ ศีรษะ คอ จมูก และช่องปาก อย่างละเอียด เพื่อประเมินลักษณะทางเดินหายใจส่วนต้น ว่าอาการนอนกรนของท่านเกิดจากสาเหตุอะไร
เด็กทารก หรือเด็กแบเบาะนอนกรน เป็นเรื่องปกติหรือไม่?
ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอนกรน สูบบุหรี่เป็นประจำ
นอกจากนี้ ภาวะนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านต่าง ๆ ดังนี้
ใช้เทคโนโลยีบันทึกเสียง: ลองใช้แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์ที่บันทึกเสียงขณะนอนหลับเพื่อตรวจสอบเสียงกรน
อาจนำไปสู่การขาดออกซิเจนในเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและสมอง
นอนกรน คือการส่งเสียงดังขณะนอนหลับ การนอนกรนที่เสียงดังและรบกวนการนอนอาจเป็นข้อบ่งชี้ของภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะนอนหลับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคซึมเศร้า
การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต เช่น การลดน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ เปลี่ยนท่าทางการนอน งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน และการเข้ารับการรักษาอาการคัดจมูกเรื้อรังจากภูมิแพ้ ช่วยบรรเทาอาการนอนกรนได้